‘แสงเจริญ กรุ๊ป’ ตอกย้ำ Top 3 ผู้นำการชุบกัลวาไนซ์ไทย อัดงบกว่า 300 ลบ. ลุยติดตั้งเตาชุบฯ ใหม่มาตรฐานยุโรปเน้นไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

กลุ่มบริษัทแสงเจริญ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจโรงงานชุบสังกะสีกัลวาไนซ์รายใหญ่ 1 ใน 3 ของประเทศไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี ซึ่งมีเตาชุบฯ หลายขนาด รองรับชิ้นงานได้ทุกประเภท และมีพื้นที่โรงงานรวมใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในปัจจุบัน เดินหน้าลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงาน ดำเนินการติดตั้งเตาชุบสังกะสีกัลป์วาไนซ์ใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ที่มีมาตรฐานจากยุโรป รองรับการขยายกำลังผลิต ซึ่งเป็นการชุบแบบระบบปิด มีความปลอดภัยสูง และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการสร้างโรงงานสีเขียวตามมาตรฐาน Green Industry เพื่อการสร้างเติบโตร่วมกับชุมชนรอบโรงงานอย่างยั่งยืน และพร้อมเป็นหนึ่งในผู้นำการพัฒนาอุตสาหกรรมการชุบสังกะสีกัลวาไนซ์ของไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่ายุโรป

     นายวุฒิภัทร สุจิตรานุรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทแสงเจริญ กรุ๊ป ผู้นำเนินด้านธุรกิจโรงงานชุบสังกะสีกัลวาไนซ์รายใหญ่ 1 ใน 3 ของประเทศไทยด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี รับชุบเคลือบผิวโลหะ ชุบ Hot Dip Galvanized ชุบสังกะสี รวมถึงรับขึ้นรูปเหล็ก แฟบเหล็ก ผลิตและจัดจำหน่ายเหล็กรูปพรรณ และเหล็กพร้อมชุบคุณภาพสูง เปิดเผยกับนิตยสารบิซไทยนิวส์ อินไซท์ ว่าล่าสุดกลุ่มบริษัทแสงเจริญ กรุ๊ป ได้ลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่อดำเนินการปรับปรุงโรงงาน และติดตั้งเตาชุบสังกะสีกัลวาไนซ์ใหม่แบบระบบปิด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีมาตรฐานจากยุโรป ตลอดจนขยายพื้นที่โรงงานเพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานจากเดิมที่มีกำลังผลิตสูงสุดที่ 6,000 ตัน ขยายกำลังผลิตเป็น มีกำลังผลิตสูงสุดถึง 8,000 ตัน

ความเชี่ยวชาญกว่า 50 ปี ของ กลุ่มบริษัท แสงเจริญฯ

     กลุ่มบริษัท แสงเจริญ กรุ๊ป ประกอบด้วย บริษัท แสงเจริญกัลวาไนซ์ จำกัด, บริษัท แสงเจริญฮอทดิพกัลวาไนซ์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการชุบสังกะสีกัลวาไนซ์ และบริษัทแสงเจริญอีสเทิร์นกัลวาไนซ์ จำกัด ตั้งอยู่ที่บ่อวิน ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

     แสงเจริญฯ ให้บริการด้านงานชุบสังกะสีกัลวาไนซ์โดยมีประสบการณ์ที่ยาวนานมากว่า 50 ปี มีระบบเตาชุบที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยตามมาตรฐานยุโรป ซึ่งเป็นเตาชุบระบบปิดทำให้กระบวนการชุบมีความปลอดภัยสูง และยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม มีบ่อชุบหลายขนาดรองรับการชุบชิ้นงานได้หลากหลายประเภทตลอดจนชิ้นงานที่เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่

ด้วยประสบการณ์ และความชำนาญที่ยาวนาน ระบบการชุบที่ทันสมัย บ่อชุบขนาดใหญ่และลึกถือเป็นอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศไทย วัตถุดิบสังกะสีที่มีคุณภาพ (SHG 99.995%min) และระบบบริหารงานที่ผ่านการรับรองคุณภาพ ISO 9001-2008 จึงมั่นใจได้ว่างานชุบที่ได้มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล หรือคุณภาพเทียบเท่ายุโรป เช่น ASTM A123/A123M, ISO EN BS 1461, AS/NZS 4680 สามารถป้องกันสนิมของเหล็กโครงสร้างกลางแจ้งได้ยาวนานที่สุดเมื่อเทียบกับการชุบประเภทอื่นๆ

Key Success Factors หรือ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ของกลุ่มบริษัทแสงเจริญ กรุ๊ป

นายวุฒิภัทร กล่าวอย่างมั่นใจว่า จุดแข็งของเราคือ

1.เรามีความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ชุบสังกะสีกัลวาไนซ์มากว่า 50 ปี เรามีประสบการณ์ชุบชิ้นงานมาหลากหลายประเภทตลอดจนชิ้นงานที่เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ซึ่งถือว่าเราเป็นเจ้าแรกๆ ของประเทศที่มีบ่อชุบฯ ขนาดใหญ่

2.เรามีบ่อชุบฯ หลายขนาด และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมีมาตรฐานจากยุโรป รองรับประเภทชิ้นงานได้หลากหลายประเภทตั้งแต่งานขนาดเล็กไปจนถึงชิ้นงานขนาดใหญ่

3.เรามีพื้นที่โรงงานรวมกว่า 95 ไร่ เรียกได้ว่าพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งทำให้เราสามารถรับฝากชิ้นงานของลูกค้าได้จำนวนมากและฝากได้นานสูงสุดถึง 4 เดือน ซึ่งจุดแข็งนี้เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและยังช่วยลดต้นทุนให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เราจะไม่รับฝากชิ้นงานที่ชุบเสร็จแล้วนานเกินกว่ากำหนดเพราะระยะเวลามีผลต่อคุณภาพของชิ้นงาน ดังนั้นเราจะย้ำกับลูกค้าเสมอว่าเรามองถึงคุณภาพงานเป็นหลักเพราะส่งผลถึงอายุการใช้งานและคุณภาพของงานที่จะส่งผลเสียในระยะยาว

4.เรามีระบบบริการลูกค้าตั้งแต่เริ่มดำเนินงานตลอดไปจนถึงการบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เราทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีคุณภาพสูง และส่งมอบงานได้อย่างตรงเวลา

5.โรงงานเราให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นเราจึงเน้นการดำเนินกิจการที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และพร้อมส่งเสริมชุมชนรอบโรงงานให้เติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

นายวัฒนา สุจิตรานุรักษ์ ประธานกรรมการบริหาร กล่าวเสริมว่า ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปีในการดำเนินธุรกิจโรงงานชุบสังกะสีกัลวาไนซ์ของ กลุ่มบริษัทแสงเจริญ กรุ๊ป เราเน้นการทำงานที่ซื่อตรงต่อลูกค้า ใส่ใจทุกกระบวนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้ามาอย่างยาวนาน ทำให้ลูกค้าที่เคยใช้บริการกับเราก็จะนึกถึงเราตลอด อีกทั้งเรายังมองกว่าธุรกิจชุบสังกะสีกัลป์วาไนซ์เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความสำคัญมากเพราะเป็นการยืดอายุการใช้งานของเหล็กซึ่งเป็นการเริ่มต้นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ที่ผ่านมาเราให้บริการชุบฯ ให้กับองค์กรชั้นนำของประเทศมามากมาย ซึ่งองค์กรเหล่านั้นก็เป็นผู้ไปดำเนินการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศเรา หรือเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ  อาทิ การสร้างตึกขนาดใหญ่ ระบบขนส่ง ระบบโทรคมนาคม เสาส่งงสัญญาณ ระบบไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งถือเป็นโคร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อประเทศทั้งสิ้น เราจึงตระหนักถึงการทำงานที่ต้องมีประสทธิภาพสูงเสมอ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศของเรา

เกี่ยวกับอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry)

     นายวุฒิภัทร กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากลุ่มบริษัท แสงเจริญฯ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ซึ่งตระหนักเลยว่าโรงงานของเราทุกแห่งต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเรามีการติดตั้งทั้งระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ และระบบบำบัดน้ำ ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีมลพิษออกจากโรงงานเราแน่นอน จะเห็นได้ว่ารอบ ๆ พื้นที่โรงงานของเราทุกแห่งจะมีการทำการเกษตรตลอด ซึ่งหากมีการปล่อยมลพิษต่าง ๆ ต้องกระทบกับการเกษตรของเกษตรกรโดยตรงอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาโรงงานก็มีการตรวจเช็คกันอย่างเคร่งคัด ทำให้โรงงานกับชุมชนรอบ ๆ โรงงานมีการเติบโตร่วมกันมาอย่างยั่งยืน

การแตกไลน์ธุรกิจ สู่การสร้างตลาดใหม่ในจังหวัดปทุมธานี

     นายวุฒิภัทร กล่าวเพิ่มว่า ภาพในอนาคตของ กลุ่มบริษัทแสงเจริญ กรุ๊ป นอกจากเราจะมีความแข็งแกร่งในธุรกิจโรงชุบสังกะสีกัลวาไนซ์แล้ว เรามองไปถึงการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ที่มุ่งหวังส่งเสริมเศรษฐกิจในจังหวัดปทุมธานี คือ การเปิดตลาดแห่งใหม่บนเนื้อที่กว่า 20 ไร่ ในอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี โดยคาดว่าเราต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายปี 2568 นี้อย่างแน่นอน โดยการแตกไลน์ธุรกิจในครั้งนี้ เรามองถึงการส่งเริมธุรกิจในจังหวัดปทุมธานีเป็นหลัก โดยเรามีวัตถุประสงค์ในการสร้างตลาดขึ้นเพื่อให้เป็นสถานที่จัดจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ของชาวจังหวัดปทุมฯ อาทิ ผู้ที่มีฐานผลิตในจังหวัดปทุมฯ ประชาชนหรือผู้ค้าขายที่มีถิ่นกำเนิดในจังหวัดปทุมฯ ทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมธุรกิจต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำให้กับจังหวัดปทุมธานีอย่างครบวงจร ซึ่งในธุรกิจนี้เรามองเป็นการสร้างการเติบโตระยาวให้กับชาวปทุมธานี กล่าวคือเป็นการสร้างการเติบโตร่วมกับชาวปทุมธานีให้มีความมั่นคง และเติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ประวัติ กลุ่มบริษัทแสงเจริญ กรุ๊ป

     เริ่มจาก คุณพ่อยงศิลป์ สุจิตรานุรักษ์ เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งกิจการมากว่า 50 ปี ด้วยการเปิดโรงชุบโครเมี่ยม เป็นครั้งแรกมีชื่อว่า โรงชุบ คู เกี่ยง ซิง ตั้งอยู่แถว ๆ วัดดวงแข และต่อมาได้ขยายกิจการมาที่ ซอยเสนานิคม 1 และใช้ชื่อว่าโรงชุบ แสงเจริญ หลังจากนั้นได้จดทะเบียนเป็นบริษัท เมื่อปี พ.ศ.2532 ในชื่อว่า บริษัท แสงเจริญเพลทติ้ง เซอร์วิส จำกัด

     จากการขยายตัวด้านอุตสาหกรรมของประเทศไทยในขณะนั้น ส่งผลให้ธุรกิจชุบสังกะสีกัลวาไนซ์ ได้รับความนิยมจากลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้ กลุ่มบริษัท แสงเจริญ กรุ๊ป ตัดสินใจขยายกิจการมาเปิดที่ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ในปี 2537 โดยตั้งชื่อบริษัทว่า บริษัท แสงเจริญ กัลวาไนซ์ จำกัด

     ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นคุณภาพและการบริการแบบครบวงจรทำให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กิจการเติบโตต่อเนื่อง ประกอบมีลูกค้าเพิ่มขึ้นจนพื้นที่โรงงานเดิมไม่เพียงพอต่อจำนวนลูกค้า จึงทำให้ทางบริษัทฯ ตัดสินใจขยายกำลังการผลิตมายังพื้นที่ใกล้เคียง กว่า 35 ไร่ โดยใช้ชื่อว่า บริษัท แสงเจริญ ฮอทดิพ กัลวาไนซ์ จำกัด และได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากประเทศอังกฤษ มาช่วยในการออกแบบระบบชุบ เพื่อให้การผลิตมีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานยุโรป และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งมาจนถึงปัจจุบัน

  • date : 19-05-2026